MCT225 ของ Nikon นำความชัดเจนที่ได้จาก CT มาสู่การวิเคราะห์เลนส์ของ Tamron

เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ของ Nikon ช่วยให้เลนส์กล้องดิจิทัลของแบรนด์ Tamron รุ่น heavyweight ได้รับข้อมูลเชิงลึกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเกี่ยวกับความซับซ้อนของส่วนประกอบชั้นนำในอุตสาหกรรม

Tamron จากประเทศญี่ปุ่นเผชิญกับความท้าทายในเรื่องความแม่นยำในการวิเคราะห์การเสียรูปของส่วนประกอบเลนส์ที่ฉีดขึ้นรูปด้วยพลาสติก เครื่อง MCT225 ของ Nikon ได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยการช่วยให้บริษัทสามารถสร้างโมเดล 3 มิติ จากการสแกน CT ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้โดยตรงกับโมเดล CAD และได้ผลการวิเคราะห์จากการใช้ซอฟต์แวร์ VGSTUDIO MAX

การแก้ปัญหานี้นำมาซึ่งประโยชน์มากมาย ขจัดความจำเป็นในการจัดตำแหน่งจุดตรวจวัดหลายจุด และทำให้สามารถสังเกตทิศทางของเส้นใยในพลาสติกเสริมเส้นใยของ Tamron ซึ่งเป็นการพัฒนาสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์

ภาพที่ได้จาก CT ของ interchangeable lens ของทาง HQ Tamron หลังจากตรวจสอบเสร็จสิ้น โครงสร้างภายในยังสามารถถูกตรวจวัดได้โดยไม่ต้องสัมผัสชิ้นงาน

Tamron ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองไซตามะ มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีออปติคัลล้ำยุคอย่างต่อเนื่อง โดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความแข็งแกร่งทางเทคนิคเพื่อพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลก

Tamron มีประวัติที่ยาวนานกว่าเจ็ดทศวรรษ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1950 ภายใต้ชื่อ Taisei Optical Equipment Manufacturing และในตอนแรกเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีสำหรับการทำความสะอาดเลนส์ของกล้องและกล้องส่องทางไกล

เมื่อความเชี่ยวชาญของพวกเขาเติบโตขึ้น Tamron ได้เริ่มทำการผลิตเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนได้สำหรับกล้อง SLR บริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ในปี 1958 และในปี 1970 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Tamron อย่างเป็นทางการ

Nikon’s MCT225 ที่ HQ Tamron ตอนนี้มีติดตั้ง 2 เครื่อง และกำลังใช้งานอยู่

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Tamron ได้มีวิวัฒนาการไปเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ออปติคัลครบวงจร โดยดำเนินโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรระดับโลกซึ่งครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การวางแผน การออกแบบ การผลิต การขาย และการสนับสนุน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ขยายไปสู่เลนส์ที่สามารถเปลี่ยนได้ในแบรนด์ของตนเองสำหรับกล้องดิจิทัล SLR โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์ OEM และชิ้นส่วนประกอบออปติคัลที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ

MCT225 ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

ในเดือนเมษายนปี 2014 Tamron ได้นำเอาระบบมาตรวิทยา MCT225 X-ray CT ของ Nikon มาใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ปรับสภาพใหม่สองเครื่อง การเริ่มต้นใหม่นี้ช่วยให้ Tamron สามารถถ่ายภาพและประเมินคุณภาพของชิ้นส่วนที่ฉีดขึ้นรูปด้วยพลาสติกและส่วนประกอบทางกลที่สำคัญของชุดเลนส์ได้ Tamron สามารถประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้โดยการเปรียบเทียบข้อมูลจำเพาะของการออกแบบกับการวัดจริงที่ได้รับจากการถ่ายภาพ CT โดยใช้ซอฟต์แวร์ VGSTUDIO MAX

ผู้ใช้งานสามารถเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จาก CT Scan กับ CAD model รูปร่างหรือขนาดที่ผิดปกติจะถูกแสดงออกมาทางเฉดสี
Nikon’s MCT225 สามารถตรวจสอบโพรงอากาศภายในชิ้นงานได้ ในขณะที่วิธีที่ใช้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถตรวสอบได้

เมื่อเวลาผ่านไป ระบบ MCT225 ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง นำไปสู่การขยายขีดความสามารถของ Tamron ในเดือนตุลาคม 2023 ด้วยการเพิ่มเครื่อง MCT225 และคอมพิวเตอร์ที่ปรับสภาพใหม่ชุดที่สอง

เมื่อทำการ focus และ zoom interchangeable lens พบว่า ส่วนประกอบของเลนส์มีการขยับไปกลับขณะทำการ focus และ zoom โดย cam groove ทำการแปลงค่าการเคลื่อนไหวแบบหมุนไปเป็นการเคลื่อนไหวแนวเส้นตรง หลังจากทำการรวมรวบข้อมูลการแสกนกับ CAD models เข้าด้วยกัน พบว่า กลไกของ cam groove ที่มีความซับซ้อนก็ยังสามารถที่จะถูกตรวจสอบได้อย่างครอบคลุม

ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการประเมินเหล่านี้จะถูกป้อนกลับเข้าไปในขั้นตอนของผลการวิเคราะห์ ซึ่งช่วยให้ Tamron สามารถปรับปรุงความแม่นยำของกระบวนการวิเคราะห์ได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้ว ระบบ MCT225 ยังมีความสามารถในการประเมินความผันแปรในผลิตภัณฑ์ที่ฉีดขึ้นรูป ตรวจจับช่องว่างและรอยแตก สังเกตทิศทางของเส้นใยในพลาสติกเสริมความแข็งแรง ตรวจสอบข้อบกพร่องในสถานะการประกอบ วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง และตรวจสอบข้อบกพร่องในวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย

หลังจากทำการแสกนกลไกของ cam groove และแปลงเป็นข้อมูล ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้โดยใช้ two-dimensional image ซึงวิธีการนี้ทำให้สามารถตรวจสอบโพรงอากาศภายในชิ้นงานได้ง่ายขึ้น

“เราพบว่าทั้งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ของ MCT225 ใช้งานได้ง่ายมาก” โฆษกของ Tamron กล่าว “การตอบสนองเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เราในการบำรุงรักษาหรือการแก้ไขปัญหาตามปกติมีความรวดเร็วอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผมยังรู้สึกมั่นใจด้วยการมีตัวเลือกในบริการเช่าห้องตรวจวัดของ Nikon หากอุปกรณ์ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น ในระหว่างที่ทำการบำรุงรักษาหรือในกรณีที่เกิดปัญหาเร่งด่วน”

stepping motor rotates ที่ถูกยึดไว้ลักษณะคล้ายนาฬิกา ขับเคลื่อนโดยสัญญาณไฟฟ้า ความแม่นยำของระยะ pitch ของสกรู เป็นส่วนที่สำคัญ เมื่อตรวจสอบโดยวิธีปัจจุบันพบว่าการวัดข้อมูลง่ายขึ้น อีกทั้งผู้ใช้สามารถตรวจสอบรอย cracks ขององค์ประกอบของแม่เหล็กได้

บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้แห่งทศวรรษด้วย MCT225

ประมาณปี 2021 แผนกการผลิตของ Tamron ได้เริ่มต้นใช้งาน PolyWorks ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์การวัด 3 มิติ เพื่อทำการวัดผลิตภัณฑ์ที่ฉีดขึ้นรูป ในปีต่อมา หรือปี 2022 พวกเขาได้ขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมโดยใช้ประโยชน์จากฟังก์ชันการแก้ไขเชิงเรขาคณิตของ VGSTUDIO MAX เพื่อทำการแก้ไขแม่พิมพ์

เครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยเหล่านี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลายแผนกภายในบริษัท แผนกวิจัยและพัฒนา แผนกการออกแบบผลิตภัณฑ์ แผนกการผลิตแม่พิมพ์ และแผนกประกันคุณภาพ ต่างก็รวมเอาเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไว้ในขั้นตอนการทำงาน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Tamron ในการพัฒนาเทคโนโลยี

เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ Tamron ได้ซื้ออุปกรณ์ MCT225 เครื่องแรก ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางแห่งการเปลี่ยนแปลง อุปกรณ์ดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัท โดย Tamron ยังได้รวมอุปกรณ์เหล่านี้เข้าไว้ในทัวร์สำหรับการเยี่ยมชมเพื่อสาธิตวิธีการผลิตและการควบคุมคุณภาพที่เป็นนวัตกรรมอีกด้วย

เนื่องจากการไหลของ fibres ใน mould เป็นกระบวนการที่สำคัญในทำแม่พิมพ์ การแปลงข้อมูล CT scan และวิเคราะห์ข้อมูล ก็ยังสามารถทำได้ ถึงแม้จะเป็นข้อมูล orientation ของ fibres ที่มีความละเอียดมาก

“ก่อนที่จะนำเอา MCT225 มาใช้ เราได้มีการค้นหาวิธีประเมินการเสียรูปทรงของชิ้นส่วนที่ฉีดขึ้นรูปด้วยพลาสติกแบบสามมิติ ซึ่งเป็นส่วนประกอบทางกลไกของตัวเลนส์ ในลักษณะที่คล้ายกับการวิเคราะห์การไหล” โฆษกของ Tamron อธิบาย “เพื่อลดจำนวนครั้งในการแก้ไขแม่พิมพ์ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงความแม่นยำในการทำนายการวิเคราะห์การไหล แต่ผลลัพธ์จากการวัดจุดด้วยอุปกรณ์วัดแบบสัมผัสและการวิเคราะห์สามมิตินั้นเข้ากันได้ไม่มากนัก”

เพื่อให้ประเมินการเสียรูปของชิ้นส่วนที่ฉีดขึ้นรูปพลาสติกได้อย่างแม่นยำ Tamron ได้สร้างโมเดล 3 มิติ ผ่านการสแกน CT บริษัทได้เปรียบเทียบโมเดล 3D เหล่านี้กับผลการวิเคราะห์ CAD และ 3D โดยใช้ซอฟต์แวร์ VGSTUDIO MAX ซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องวัดหลายจุดและปรับให้สอดคล้องกับอุปกรณ์การวัดแบบสัมผัส ในทางกลับกัน การเปรียบเทียบรายการจริงและการวิเคราะห์ในระดับโมเดลโดยตรงกลับเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบได้อย่างมาก นอกจากนี้ เนื่องจาก Tamron ใช้พลาสติกเสริมความแข็งแรงด้วยสารเติมแต่ง การสังเกตการทิศทางของไฟเบอร์ผ่านการสแกน CT จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์มากขึ้น

นอกจากนี้ Tamron ยังนำเอาเทคนิคต่างๆ มาใช้เพื่อลดสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเป็นสัญญาณรบกวนในการถ่ายภาพ โดยใช้ฟิลเตอร์โลหะระหว่างการถ่ายภาพ

เทคโนโลยีของ Nikon เป็นที่นิยมทั่วทั้ง Tamron

“ในตอนแรก เราใช้อุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพของตัวเลนส์และผลิตภัณฑ์ฉีดขึ้นรูปที่ใช้ในแผนกการพัฒนาเพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินเป็นหลัก แต่ในไม่ช้า เราเริ่มได้รับการสอบถามจากแผนกอื่นๆ และการใช้งานภายในบริษัทก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” โฆษกของ Tamron กล่าว

ในปี 2017 Tamron ได้เพิ่มใบอนุญาตฟังก์ชันอื่นสำหรับ VGSTUDIO MAX ในปี 2019 บริษัทได้เปิดตัว PolyWorks สำหรับการสแกนในรูปแบบขดและการใช้งานในแผนกการผลิต

“ในปี 2021 Nikon และ Volume Graphics ร่วมกันให้การสนับสนุนการให้คำปรึกษาแก่โครงการลดชั่วโมงการทำงานของคนในการวัดในแผนกการผลิตโดยใช้ฟังก์ชันมาโคร MCT225 และการแก้ไขเรขาคณิตของ VGSTUDIO MAX และสำหรับการใช้งาน CAE โดยสร้างภาพจากข้อมูลชุดการประกอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำในแต่ละกรณี” โฆษกของ Tamron อธิบาย “นี่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจนำเอาเครื่องที่สองมาใช้”

ข้อเสนอของ Nikon ช่วยให้ Tamron สามารถเอาชนะความท้าทายในการประเมินผลิตภัณฑ์ฉีดขึ้นรูปเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการวิเคราะห์การไหลได้

เวิร์กช็อป MCT225 ได้ให้การฝึกอบรมแก่พนักงานของ Tamron กว่า 100 คน

ในตอนนี้ระบบ MCT225 ได้ถูกนำมาใช้ในแผนกต่างๆ ภายใน Tamron อย่างแพร่หลายเพื่อประเมินการประกอบและการตรวจจับข้อบกพร่องในส่วนประกอบที่ฉีดขึ้นรูป นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2017 เวิร์กช็อป MCT225 ได้ให้การฝึกอบรมแก่พนักงานมากกว่า 100 คนทั่วทั้งแผนกต่างๆ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญการปฏิบัติงาน

ผู้ปฎิบัติงานจะได้รับการอบรม 90 นาที เกี่ยวกับการใช้งานเครื่อง Nikon’s MCT225

“ความสำเร็จของเราในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้รับความชื่นชม และในปี 2018 แผนกวิจัยและพัฒนาได้รับรางวัล President’s Award สำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานผ่านการพัฒนาเทคนิคการใช้เครื่องสแกน CT” โฆษกของ Tamron กล่าว

“ในปี 2023 ต้องขอบคุณคำปรึกษาจาก Nikon ที่ช่วยให้เราได้รับรางวัล President’s Award เป็นครั้งที่สองจากการปรับปรุงความแม่นยำและการลดชั่วโมงการทำงานของคนผ่านการใช้ CT และการพัฒนาซอฟต์แวร์แก้ไขอัตโนมัติในแผนกการผลิต”

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีและความสามารถขั้นสูงของ MCT225 ของ Nikon จะเป็นปัจจัยที่น่าสนใจอย่างไม่ต้องสงสัย การตัดสินใจของ Tamron ในการนำเอาระบบนี้มาใช้ยังได้รับอิทธิพลจากการพิจารณาในทางปฏิบัติและด้านงบประมาณด้วย

“หากเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ MCT225 มีราคาที่สมเหตุสมผลกับประสิทธิภาพที่ได้รับ” โฆษกของ Tamron กล่าว “นอกจากนี้ ระยะทางจากบริษัทของเราไปยังสถานที่สนับสนุนก็ใกล้เคียงกัน ซึ่งทำให้เรารู้สึกปลอดภัยในแง่ขององค์กรด้วย

“ไม่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์จะมีความน่าสนใจเท่านั้น แต่บุคลิกภาพของพนักงานขายก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจอีกด้วย ดังที่หัวหน้าแผนกในขณะนั้นกล่าวถึง ท้ายที่สุด การเลือก Nikon ได้นำไปสู่ความสำเร็จ”

การตัดสินใจเลือก MCT225 ของ Nikon ถือเป็นความสำเร็จของ Tamron นับตั้งแต่มีการนำมาใช้ ระบบดังกล่าวได้ถูกปรับใช้อย่างกว้างขวางในแผนกต่างๆ ภายในบริษัท ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 100 คนที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน การนำมาใช้อย่างกว้างขวางนี้ตอกย้ำถึงผลจากการเปลี่ยนแปลงที่ MCT225 มีต่อขั้นตอนการทำงานและกระบวนการของ Tamron

กรณีศึกษาที่โดดเด่น

แบ่งปันกรณีศึกษา